การแสดงลายกองกิ่งชาวไทโซ่-รวมเรื่องราวต่างๆ ของจังหวัดสกลนคร :: www.sakonnakhonguide.com
[x]ปิดหน้าต่าง
By : สกลนครไกด์.คอม
สกลนคร ที่พัก โรงแรม รีสอร์ท ร้านอาหาร แหล่งท่องเที่ยว นำเที่ยว บ่อตกปลา ของฝาก ของที่ระลึก ฝ้าคราม

 

Javascript DHTML Drop Down Menu Powered by dhtml-menu-builder.com

สกลนคร ไกด์.คอม : รวมทุกอย่างที่เป็นสกลนคร

การแสดงลายกองกิ่งชาวไทโซ่
กิจกรรมที่สำคัญ การละเล่น
แบ่งปันข่าวดีดี ให้เพื่อน ::
เข้าชม : 5735ครั้ง


 
การแสดงลายกลองกิ่งชาวไทยโซ่

 

การแสดงลายกองกิ่งชาวไทโซ่

อุปกรณ์ และวิธีการแสดง
อุปกรณ์ประกอบด้วย
1กลองกิ่ง คู่
2ไม้ตีกลอง คู่
3ผู้แสดง คน
4นักดนตรีและอุปกรณ์ดนตรีพื้นบ้าน 5-คน ประกอบด้วย แคน พิณ ซอ และเครื่องประกอบจังหวะ ได้ แก่ กลองตุ้ม พังฮาด แฉ่ง ไม้กั้บแก้บ เป็นต้น 
วิธีแสดง
ลายกลอง คือ ทำนองกลอง หรือจังหวะ กลอง ชาวอีสานโดยเฉพาะชาวโส้หรือกระโซ่ ใน จังหวัดสกลนคร นิยมนำกลองกิ่งหรือกลองเส็งมาตีให้ จังหวะดนตรีหรือประกอบท่านฟ้อนรำ ในการตีกลอง กิ่งนั้น นักตีกลองจะประดิษฐ์ท่าทีการตี ให้สวยงามเข้ากับจังหวะเสียงกลองด้วย และเสียง กลองนั้นจะตีเป็นจังหวะทำนองเรียกว่า "ลาย กลองอีกด้วย
อันเนื่องจากมนุษย์เป็นผู้ ช่างคิดช่างประดิษฐ์เป็นนิสัย ในขณะตีกลองให้ มีจังหวะคึกคักเร้าใจ มนุษย์ก็จะแสดงอาการเคลื่อน ไหวร่างกายยักย้ายส่วนไปมา ยิ่งไปกว่า นี้บางรายอาจแสดงลวดลายเลียนแบบท่าทาง สัตว์ต่าง ๆ ที่ตนรู้จัก และตั้งชื่อท่า ทางการตีกลองในแต่ละท่าทางไป ซึ่ง ในคำอีสานเรียกท่วงทำนองหรือลีลาแบบแผนหนึ่ง ๆ ว่า ไลายอันเป็นเอกลักษณ์ของสิ่งใดสิ่งหนึ่งในทางศิลปะการแสดงและดนตรี
กล่าวได้ ว่ากลุ่มชาวกระโซ่ (ข่าโซ่ซึ่งใน ปัจจุบันชนกลุ่มนี้มีอยู่จำนวนมากที่อำเภอกุสุมาลย์ จังหวัดสกลนคร และเรียกสำเนียงออกเสียงว่า "โส้มีความสนใจการเล่นลายกลองมากกว่ากลุ่มผู้ไทย กลุ่มย้อ กลุ่มกะเลิง
และเนื่องจาก กลุ่มชาวโส้มีภาษาพูดซึ่งมีสำเนียงแตกต่าง ไปจากชนกลุ่มอื่น ๆ จึงทำให้ชาวโส้ มีทำนองเพลงหรือลายแคนที่แตกต่างไปจาก กลุ่มไทย-ลาว และยังไม่มีผู้ใดศึกษา ทำนองเพลงอย่างจริงจัง ในลักษณะงานวิจัย หรือวิทยา นิพนธ์
ชาวโส้รู้จักคิดประดิษฐ์ท่าทางการ ตีกลองและตั้งชื่อท่าทางหรือลายของตน เช่น ท่าเสือลากหาง ท่าไก่เลียบครก ท่านกเขา กระพือปีก ท่าลิงไหว้หลัง เป็นต้น 
พื้นฐานของจังหวะ กลองและการแทรกจังหวะย่อยระหว่างจังหวะพื้นฐาน
ดังได้กล่าวแล้วว่า กลองจิ่งหรือกลองกิ่ง ใน ปัจจุบันนิยมประกอบการแห่งานบุญตามเทศกาลทาง ศาสนา หรือการตีเพื่อประกอบจังหวะฟ้อนแบบต่าง ๆ เช่นฟ้อนผู้ไทย สกลนคร ดังนั้นจังหวะกลองได้ ขณะ ที่นักดนตรีตีหวะพื้นฐานนั้นอาจตีจังหวะ สอดแทรกได้หลายแบบ ทำให้เกิดเสียงกลองเป็น จังหวะย่อย ๆ ขึ้น พร้อมกันนั้นก็อาจแสดงท่า ทางที่เรียกว่า "ลายกลองประกอบไปด้วย
จังหวะพื้นฐาน คือ จังหวะที่เกิดจากการใช้ ไม้ตีหน้ากลองอย่างสม่าเสมอพร้อมกันทั้งสิง มือ หรือมือหนึ่งมือใด แต่ต้องรักษาอัตรส ม่ำเสมอของจังหวะดังแผนภูมินี้
จังหวะสอดแทรก ในขณะที่กลองตีจังหวะพื้นฐาน นักดนตรี อาจใช้มือข้างหนึ่งตีที่ขอบกลองหรือหน้า กลองเบา ๆ ทำให้เกิดจังหวะสอดแทรกหลายแบบ เช่น
จังหวะสอดแทรกแบบที่ 1
จังหวะสอดแทรกแบบที่ 2
จังหวะสอดแทรกแบบที่ 3
อย่างไรก็ตาม เมื่อบทเพลงใกล้จะจบท่อน จบตอน หรือจบเพลง ผู้ตีกลองจะตีจังหวะส่งจบ ดังนี้

1เสือลากหาง ผู้ตีกลองจะ ส่งแขนทั้งสองไปข้างหลัง ในขณะที่เอี้ย ว่ตัวพร้อมกับตีไปที่หน้ากลองพร้อมกัน

2ไม้ลอดขา ในขณะที่ตีกลองอาจ พลิกแพลงยกขาข้างหนึ่งขึ้นและส่งไม้ตี กระทบกันในจังหวะต่าง 

3ไก่เลียบครก ผู้แสดงจะหมุนตัวเดินรอบกลอง แต่ในขณะ เดียวกันก็ต้องให้ถูกหน้ากลองลูกใดลูก หนึ่ง นับว่าเป็นท่าแสดงยากต้องใช้ความชำนาญ

4การเต้นก้อน เป็นท่าเลียนแบบกากระโดด จากที่หนึ่งไปยังอีกแห่งหนึ่ง ผู้แสดงลาย กลองจะแยกกลองสองลูกออกจากกัน ขณะที่ ข้ามกลองลูกหนึ่งในท่าการกระโดด มือก็จะ ตีกลองทั้งสองพร้อมกัน

5กวางเหลียวเหล่า ผู้แสดงจะยื่นไม้ลักษณะไขว้กันไปข้างหน้า พร้อมกับหันหน้าไปตามทิศทางของไม้ใน ทางกวางระวังภัย เมื่อย่างออกจากป่าละเมาะที่ อาศัย

6นกเขากระพือปีก ผู้เล่นลายกลองจะ ย่อตัวในท่านั่งตีกลอง แล้วส่งไม้ไป ข้าง ๆ พร้อมกับกระดกข้อมือให้ไม้กลองยก ขึ้น ในท่าปีกนกกำลังบิน

7เคาะหลังงูสิง ผู้แสดงลายกลองจะใช้ไม้เคาะที่ ตัวกลองในจังหวะแทรก ให้มีเสียงดังแตกต่าง จากตีหน้ากลอง

8ลิงไหว้ข้างหลัง ใน ท่านี้ผู้ตีกลองจะส่งไม้ไปข้างหลัง ตีกระทบกันให้มีเสียงดังในจังหวะที่ต่อ จากจังหวะที่พื้นที่ลงหน้ากลอง

ลายกลองของชาวโส้ อำเภอกุสุมาลย์
ในปัจจุบันได้มีศิลปินชาว โส้คิดประดิษฐ์ท่าทางหรือลายกลองในขณะที่ ตีกลอง และแย่งลายกลองออกเป็น ชนิดคือ
ลายใหญ่ หรือ ลายหลัก มี ลายคือ เสือ ลากหาง ไม้ลอดขา ไก่เลียบครก กาเต้นก้อน
ส่วนลายย่อย หรือ ลายสลับ มี ลาย ได้ แก่ กวางเหลียงเหล่า นกเขากระพือปีก เคาะหลัง งูลิง ลิงไหว้ข้างหลัง
การเล่นลายกลอง เหล่านี้ไม่มีกฎเกณฑ์ว่าผู้ตีกลองจะ ต้องเริ่มด้วยลายใดก่อนและจะต้องแสดงต่ด ด้วยลายใด ทั้งนี้สุดแต่ความสวยงาม การ เล่นลายกลองนี้ผู้เล่นอาจแสดงลายแลอง พร้อมกัน คนก็ได้ แต่อาจต้องละเว้น บางลาย เช่น ไก่เลียบครก กาเต้นก้อน เพราะผู้ เล่น คน ไม่อาจหลีกเลี่ยงอาจชนกันได้ ในขณะที่แสดง
การแสดงลายกลองของชาว โส้มิใช่จะแสดงทั่วไป แต่จะมีเฉพาะ ในงานที่ชาวโส้จัดขึ้น เช่น งานเทสกาล โส้รำลึก ที่มีชาวโส้และหมอเหยามาร่วม ชุมนุมจำนวนมากที่หน้าอำเภอกุสุมาลย์ ประมาณกลางเดือนกุมภาพันธ์ ของทุกปี ก่อนที่นักฟ้อนสาวชาวโส้จะ ฟ้อนท่าต่าง ๆ เมื่อดนตรีบรรเลงขึ้น นักแสดงลาย กลองก็จะแสดงลวดลายตีกลองให้ประชาชน ในบริเวณงานได้ชมความสามารถและลีลา
การแต่งกายของผู้แสดงลายกลอง แต่เดิมแต่งกาย นุ่งผ้าเตียวปล่อยชายเป็นหางที่เรียกว่า นุ่ง ผ้าแบบเสือลากหาง ไม่สวมเสื้อ แต่ในปัจจุบัน แต่งกายแบบพื้นบ้านทั่วไป
เมื่อนักดนตรีบรรเลงทำนองของพวกโส้แล้ว ผู้แสดงลายกลองจะ ก้มกราบรำลึกถึงพระคุณครูอาจารย์ แล้วถือไม้ ไปที่กลองจิ่ง ลูก ตีหน้ากลองพร้อมกัน เป็นสัญญาณเริ่มแสดงลายกลองตามแบบฉบับของตน 
โอกาสหรือเวลาที่เล่น
การเล่นลายกลองแต่เดิมจะตีเล่นประกอบการฟ้อนพื้นบ้าน เช่น เลี้ยง ผีลงสนาม (แซงสนัมประจำกะมอ แซงกะ มูดต่อมาเมื่อมีการประดิษฐ์ท่าฟ้อนโซ่ ทั่งบั้งโดยให้สตรีแต่งกายพื้นเมืองฟ้อนเป็น กลุ่มใหญ่ฟ้อนเป็นจังหวะก็ใช้กลองก่องตีกำกับ การเขียนลวดลายตามร่างกายของผู้แสดงลายกลองจังหวะ เมื่อการแสดงฟ้อนเสร็จสิ้นนักตีกลอง นัก ดนตรีจะบรรเลงลายอย่างสนุกสนานทำให้เกิดการ คิดประดิษฐ์ท่าตีกลองให้มีลีลาต่าง ๆ ตาม ความสามารถของตน
ในกลุ่มผู้ไทยสกลนครก็ เช่นเดียวกัน การฟ้อนผู้ไทยสกลนครเป็นฟ้อนจังหวะ ช้า ๆ เมื่อคำร้องหมดประโยคหนึ่งจะใช้จังหวะ ตีกลองกิ่งทั้งคู่ตีรับจังหวะไปพร้อมกับ ดนตรีในช่วงนี้นักตีกลองอาจแสดงลวดลาย เป็นท่าทางต่าง ๆ คู่กับคนเล่นกั๊บแก้บ ซึ่งแสดงท่าหลอกล่อ คนตีกลองอย่างสนุกสนาน มิให้ผู้ฟังเบื่อหน่ายกับการฟังเฉพาะเสียง ดนตรี เมื่อผู้แสดงฟ้อนรำใกล้จบ ดนตรีจะเล่น บรรเลงเร็วขึ้น นักตีกลองก็แสดงความสามารถตี กลองตามจังหวะเร่งกระชั้นอย่างสนุกสนาน ในเวลาใหญ่ จะเลียนแบบชื่อขแงท่าทางสัตว์ เช่น เสือ ลิง นก กา ฯลฯ
การแต่งกายของนักแสดงกลองในชุดเสือลากหาง
อย่างไรก็ดีในปัจจุบันการ แสดงลายกลองกิ่งได้แยกแสดงโดยเอกเทส มิต้องแสดงประกอบการฟ้อนโซ่ทั่งบั้ง หรือฟ้อน ผู้ไทยสกลนคร เรียกว่า การแสดงลายกลองกิ่ง ถือ เป็นเอกลักษณ์การเล่นกลองของจังหวัดสกบนครไป โดยปริยาย 
คุณค่า แนวคิด สาระ
การแสดงลายกลองกิ่งถือว่าเป็นการพัฒนาความคิด ในด้านการละเล่นซึ่งแต่เดิมเป็นการแสดงเพียงการ ตีกับจังหวะฟ้อนรำเท่านั้นให้เป็นการแสดง ออกโดยเน้นความสามารถของผู้แสดงเป็นหลัก ซึ่ง ผู้แสดงสามารถคิดประดิษฐ์ท่าทางต่าง ๆ ให้เชื่อม กันโดยไม่ขาดจังหวะการแสดงท่าทางตีกลองกิ่ง หน้าปราสทาพนมรุ้ง
การพัฒนาการเล่นลายกลองนี้ อาจพัฒนาไปถึงขั้นเปลี่ยนจังหวะพื้นฐาน เป็นจังหวะ แบบอื่น ๆ และออกแบบท่าทางให้มีลีลา ที่แปลก ๆ สอดคล้องกับ บทเพลงที่บรรเลงโดยดนตรีหรือเทปเสียง เช่น เพลงลูกทุ่ง เพลงไทยสากล
การพัฒนาอีกระดับหนึ่งคือ การคิดประกิษฐ์ท่า ฟ้อน ท่าแสดง ให้สอดคล้องกับเนื้อหาทำนองเพลง และแสดงให้สอดคล้องกับท่าทางของผู้ตี กลอง อันจะทำให้เกิดการแสดงแนวทางใหม่ ในเชิงจินตลีลา ซึ่งสามารถให้กับท่าทางกับ การบริหารร่างกายประกอบจังหวะกลอง
กระบวนการดังกล่าว คือ การพัฒนาวัฒนธรรมที่ยังใช้กลองกิ่ง ผู้แสดง ผู้ฟ้อนรำ แต่ดัดแปลงรูปแบบให้เหมาะกับยุคสมัยเพื่อรักษาเนื้อหาดั้งเดิมไว้ 
พิธีศพและการเชิญวิญญาณผู้ตายคืนเรือนของชาว ไทโซ่
ช่วงเวลา
เมื่อสิ้นชีวิต 
ความสำคัญ
ชาวกะโส้ หรือ กะโซ่ ในเขตอำเภอกุสุมาลย์ จังหวัดสกลนคร เป็นชนก ลุ่มน้อยที่มีภาษาพูด และพิธีกรรมแตกต่าง ไปจากกลุ่มวัฒนธรรมไทย-ลาว โดยเฉพาะพิธี ปลงศพของชาวโส้นั้นเป็นพิธีกรรมทางภูติ ผี (แต่เดิมไม่มีพิธีทางพุทธศาสนาโดยเฉพาะในพิธีงานศพชาวโส้นั้นมีพิธี ทำให้ผู้ตายไม่เป็นผีดิบ เรียกว่า " ซางกะมูด"โซ่ทั่งบั้งในพิธีศพ(ซางกะมูด)ถูกดัดแปลงมาใช้ในการแสดงวิธีเยารักษาคนไข้
ชาวโส้ หรือ กะโส้ หรือ กะโซ่ เป็นชนเผ่าหนึ่งที่ใช้ภาษาเหมือนกับกู ย (ส่วยคือ ภาษาเดียวกันออกเสียงเพี้ยน กันบ้าง ตามลักษณะภาษาถิ่น แต่คำพื้นฐานของ ภาษาโส้ และกูย นั้นตรงกันเป็นส่วนใหญ่ มีบางคำประมาณ 10-20 เปอร์เซ็นต์ เป็นคำที่ ใช้เฉพาะเผ่าพันธุ์ ชาวกะโส้ตั้งภูมิลำเนาอยู่ ที่อำเภอกุสุมาลย์ จังหวัดสกลนคร อำเภอท่านอุเทน จังหวัดนครพนม บางตำบล อำเภอเขาวง จังหวัดกาฬสินธุ์ ตำบลดงหลวงและใกล้เคียง อำเภอดงหลวง จังหวัดมุกดาหาร บางตำบลของอำเภอ โซ่พิสัย จังหวัดหนองคาย
ชาวกะโส้มีผิวคล้ำ กว่าไทย-ลาว ถิ่นฐานเดิมของชาวกะโส้ อยู่ที่เมืองมหาชัย กองแก้ว และแขวงเมืองคำม่วน สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว อพยพเข้ามาอยู่ ในภาคอีสานสมัยรัชกาลที่ หลังปราบกบฏ เจ้าอนุวงศ์ ชาวกะโส้ที่ตั้งบ้านเรือนอยู่เป็น กลุ่มก้อน ได้แก่ อำเภอกุสุมาลย์ มีเจ้าเมืองเป็นชาว กะโส้ ดังที่สมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุ ภาพเขียนเมื่อครั้งตรวจราชการมณฑลอุดร . ศ.2449 ว่า "…ฉันได้เห็นการเล่นอย่าง หนึ่ง ซึ่งพระอรัญอาสา เจ้าเมืองกุสุมาลย์มณฑล เอามา ให้ดู เรียกว่า "สะลา"คนเล่นล้วนแต่ เป็นผู้ชายเปลือยตัวเปล่า นุ่งผ้าขัดเตี่ยวมี ชายห้อยข้างหน้า และข้างหลัง อย่างเดียวกับชาว เงาะนุ่ง "เลาะเตี้ยะลักษณะที่เล่นนั้น มีหม้ออุ ตั้งอยู่กลางหม้อหนึ่ง คนเล่นเดิน เป็นวงรอบหม้ออุ มีต้นบทนำขับร้อง คนหนึ่ง สะพายหน้าได้คนหนึ่ง ตีฆ้องเรียกว่า "พเนาะคนหนึ่ง ถือชามติดเทียนสองมือ คนหนึ่งถือตะแกรง คนหนึ่งถือมีดกับสิ่งเคาะ กันเป็นจังหวะคนหนึ่ง รวมแปดด้วยกัน กระบวนการ เล่นก็ไม่มีอะไรนอกจากเดินร้องรำเวียน เป็นวงเล่นพักหนึ่งแล้วก็นั้งลงกินอุ แล้วก็ร้องรำไปอีก อย่างนั้นเห็นได้ว่า เป็นของพวกข่าตั้งแต่เป็นคนป่า…" การ เล่นดังกล่าวคือพิธีกรรมเซ่นผีของชาวกะ โส้ เรียกในปัจจุบันว่า "โส้ทั่งบั่ง"เมื่อผีเข้าประทับร่าง หมอเยาและคนไข้จะลุกขึ้นฟ้อนรำ
การแต่งกาย ผู้ชายกะโส้ปัจจุบัน แต่งกายเหมือน ไทยลาว สมัยอดีตนุ่งผ้ากะเตี่ยว หากชายผู้ ใดเรียนอาคมไสยศาสตร์ จะใส่ลูกประคำแก้วคล้อง คอเป็นสัญลักษณ์ด้วย หญิงจะใส่เสื้อสีดำแขน กระบอกเลยข้อศอกลงมาเล็กน้อย ผ่าอกขลิบ แดงปล่อยให้เลยชายเสื้อลงไป นิ้ว กระดุมเงินกลม หรือเงินเหรียญเท่าที่หาได้ ชายเสื้อด้วนข้างแหวกชายสองข้าง ใช้ด้ายแดง ตกแต่งขอบชายเสื้อ คอเสื้อ และปลายแขน ชายเสื้อจะมีด้ายแดงปล่อยให้เลยห้อยลงมา ตรงเองทั้งสองด้าน ปอยผ้านุ่ง ให้ผ้ามัดหมี่ ฝ้ายสีน้ำเงิน ขาว ต่อตีน ซิ่นและหัวซิ่นด้วยผ้าแถบสีสันสวยงาม ทรงผมผู้หญิงจะเกล้ามวยสูง เรียกว่า " มะยวลมนงานพิธีนุ่งผ้าไหม ใส่กำไล ข้อมือ ข้อเท้า สร้อยเงิน ตุ้มหู ตามฐานะ ห่ม ผ้าสไบทับเสื้อด้วย 
งานศพ
เมื่อชาวโส้ คนใดถึงแก่กรรมซึ่งเกิดจากโรคภัยไข้ เจ็บ หรืออาการตามธรรมชาติทั่วไป มิได้เกิด จากอุบัติเหตุแล้ว ส่งแรกที่จะต้องทำคือ การบอกญาติพี่น้องให้ทราบและมาร่วมกัน จัดพิธีศพ ในจำนวนญาติพี่น้องคนที่สำคัญ คือน้าบ่าว หรือน้องชายของแม่เป็นรายแรก หลังจากนั้นก็จะบอกญาติคนอื่น ๆ ที่ อยู่ห่างไกลในโอกาสต่อไป รวมทั้งเจ้าหน้า ที่บ้านเมืองคือผู้ใหญ่บ้าน กำนัน การไปบอก น้าบ่าวนั้นเป็นธรรมเนียมว่าต้องเตรียมดอกไม้ ธูป เทียน ไปด้วยเพื่อให้น้าบ่าวนำมาเคารพศพ
เมื่อน้าบ่าวมาถึงจึงเริ่มการแต่งศพ ให้ผู้ตายมีใบหน้าสดสวยเสมือนยังมี ชีวิตเช่นการใช้แป้งหรือขมิ้นทาหน้า มีการ ใส่เงินเหรียญ อัน หรือ อันไว้ในปาก ของผู้ตาย เพื่อให้ผู้ตาย ร่ำรวย ถ้าจะไป เกิดใหม่ ส่วนญาติมิตรอีกกลุ่มหนึ่งก็จะจัด การทำโลงศพเพื่อเตรียมไว้ในการนำไป เผา
การดอยศพ (เก็บศพก่อนนำ ไปเผานั้น ขึ้นอยู่กับฐานะของผู้ตายเป็น สำคัญทั้งนั้เพราะถ้าเก็บศพไว้นานหลายคืน ก็จะต้องเตรียม อาหาร เหล้า บุหรี่ ไว้เลี้ยงแขกสำหรับ ชาวโส้ที่นับถือพุทธศาสนาควบคู่ไปกับ การนับถือผี ก็จะมีการนิมนต์พระสงฆ์ มาเสวยอภิธรรมหน้าศพด้วย กลางคืนจะมีการ เล่นเกมในหมู่ญาติมิตรที่มาในงานศพ หลายชนิด ที่นิยมกันมากคือเกมจับไม้สั้น ไม้ยาวการฟ้อนประกอบโซ่ทั่งบั้งในพิธีศพแต่เดิมถูกดัดแปลงเป็นการฟ้อนทั่งบั้งในปัจจุบัน
การเล่นเกมจับไม้สั้นไม้ยาวนี้ จะมีผู้หนึ่งเป็นกรรมการซึ่งทำหน้าที่ซ่อน ไม้จำนวนหนึ่งเท่าผู้เล่น หรือเท่าจำนวนทีมฝ่าย หญิงฝ่ายชายเมื่อเริ่มเล่น ผู้ที่เป็นผู้แทน ของทีมหรือกลุ่ม หรือผู้เล่นทั้งหมดจะมา จับไม้จากกรรมการ ถ้าปรากฏว่ามีผู้ใดจับ ได้ไม้สั้นหรือหัวหน้าทีมจับได้ไม้สั้น แล้วผู้นั้นจะเป็นผู้ชนะ สามารถทำโทษผู้ แพ้ (ไม้สั้นจะมีเพียงอันเดียวเช่น การเขกเข่าได้ ชาวโส้หนุ่มสาวนิยมการเล่น เป็นทีมหรือกลุ่มผู้หญิง กลุ่มผู้ชาย ซึ่งถ้า ฝ่ายใดชนะก็จะไล่ตีฝ่ายแพ้อย่างสนุก สนาน โดยเฉพาะฝ่ายชายเมื่อชนะมักจะถือโอกาส แตะต้องแก้ม ร่างกายของฝ่ายหญิงไปด้วย และ ฝ่ายหญิงก็จะไม่ถือสาหาความแต่ประการ ใด ทั้งนี้เพราะมุ่งแต่ความสนุกสนาน การละเล่นอีกช นิหนึ่งก็คคือการแกล้งเอาดินหม้อหรือสี ดำเแบเขียนหน้าตาผู้ที่นอนหลับ เป็นที่ ตลกขบขันแก่ผู้พบเห็น การทำเช่นนี้มี ความเชื่อแผงอยู่ด้วยว่าเป็นการทำให้ผี ผู้ตายจำไม่ได้ และจะไม่มารบกวน บางรายก็เล่นพิเรนถึงกับเขียนสีไว้ ในร่มผ้าฝ่ายหญิง และหยอกล้ออย่างขบขันเมื่อ รู้ตัวตื่นขึ้น
พิธีซางกะมูด เป็นพิธี หนึ่งของชาวโส้ ก่อนที่จำนำศพลงจากเรือน ไปเผา คำว่า "ซางในภาษาโส้แปล ว่า "สางหรือจัดให้เป็นระเบียบคำว่า "กะมูดแปลว่า ผี ซางกะมูด จึงหมายถึง การจัดพิธีเกี่ยวกับผู้ตายให้ เป็นระเบียบเรียบร้อยก่อนที่จะนำศพไปเผา
ชาวโส้เชื่อว่าผู้ตายด้วยอาการธรรมชาตินั้น เรียกว่า "ผีดิบการทำพิธีซางกะ มูดก็เพื่อจะทำผีดิบให้เป็น "ผี สุกมิฉะนั้นญาติพี่น้องจะได้รับอันตราย จากผีดิบ เช่น การเกิดเจ็บป่วย หรือได้รับ อุบัติเหตุ ชาวโส้ที่เคร่งครัดและมีความเชื่อ เช่นนี้ ในเวลากลางคืนจะทำพิธีซางกะ มูดหลายหครั้งก่อนที่จะนำศพลงจากเรือน ไปเผา
พิธีจะเริ่มขึ้นในเวลาเย็นก่อนวัน ที่กำหนดจะนำศพไปเผา ซึ่งบรรดาญาติพี่ น้องจะอาบน้ำศพมัดตราสัง เปลาะ ในท่า ศพพนมมือแล้วจึงนำศพใส่โลง อาจมี การนำผ้าที่มีลวดลายสวยงามมาพาด ประดับโลงศพ หลังจากญาติพี่น้องผู้ตายที่ เป็นสกุลผีเดียวกัน หรืออยู่ในจุ้มผีเดียว กันประมาณ 10 คคน ก็จะยืนล้อมข้าง โลงศพ ทั้งสองข้าง ๆ ละเท่า ๆ กัน ใกล้ ๆ ศีรษะของผู้ตายจะมีอุปกรณ์ประกอบพิธีคือ มีขันกะหย่องสานด้วยไม้ไผ่ ใบ ไม้ ไผ่สานเป็นจักจั่น ตัวใส่ไว้ในขันกระ หย่องใบละ ตัว (จักจั่นมีความหมายว่า ให้ผู้ตายมีความสุขสนุกสนานเช่นจักจั่นที่ กรีดเสียงร้องบนต้นไม้มีไม้ไผ่บาง ๆ คู่ แทนสัญลักษณ์ของผู้ตายวางบนขัน กะหย่องนอกจากนี้บางบ้านเรือนยังจัดให้ มีจอกใส่น้ำหรือเหล้า ซองใส่ดอกไม้ ซอง หรือ 16 ซอง หูช้างซึ่งมีลักษณะคล้ายพัดโบก ช้าง ม้า จำลองทำด้วยไม้ยอ ผ้าฝ้ายพันศีรษะ ขนาดยาว ผืน สั้น ผืน
เมื่อได้เครื่องเซ่น บุชาวิญญาณแล้ว น้าบ่าว หรือญาติสนิทของผู้ ตายจะกล่าวคำส่งวิญญาณ ส่วนญาติผู้ตายซึ่ง ถือเครื่องเซ่นบูชาวิญญาณจะอยู่ในอาการสงบ หลัง จากกล่าวคำส่งวิญญาณจบแล้วน้าบ่าวก็จะ นำญาติที่ยืนอยู่รอบโลงศพเดินวนไป ทางซ้าย รอบ แล้วเดินกลับมาทางขวาอีก รอบ ญาติผู้ตายบางคนจะถือเหล็กแท่ง พังฮาดหรือฆ้องตีเป็นจังหวะ อีกอย่างหนึ่งคือ การนำไหเปล่าขึงตึงด้วยยางที่ปากไห แล้วดีดเป็นเสียง และทุกคนจะร้อง เฮะ ๆๆๆๆ …. เป็นจังหวะ พร้อมกับจังหวะของเครื่องมือที่จะ ดีดหรือตีให้เกิดเสียง ชาวโส้เชื่อและยืน ยันกันว่า ในสมัยโบราณญาติผู้ตายจะใช้ บั้งหรือกระบอกไม้ไผ่ที่เป็นลำยาว ๆ พอ ประมาณ กระแทกกับพื้นเป็นจังหวะที่เดินวนรอบ ๆ ศพ และเป็นต้นกำเนิดการเล่นทั่งบั้ง หรือ เรียกตาม ภาษาโส้ว่า "สะลา(ซึ่งในปัจจุบันได้ ดัดแปลงให้มีสตรีแต่งกายงดงามร่ายรำใน งานการแสดงของวัฒนธรรมชาวโส้ แต่ก็ยัง มีผู้ชายยืนกระแทกกระบอกไม้ไผ่กับพื้นเป็น จังหวะเช่นเดิม)
เมื่อขบวนญาติพี่น้องเดินวน ซ้ายและวนขวาครบ รอบแล้ว ก็จะกราบ และกล่าวขอขมาผู้ตายเพื่อมิให้มีเวร กรรมแก่กัน และขอศีลขอพรตามจารีต หลัง จากนั้นผู้เป็นน้าบ่าวจะนำด้ายหรือเชือก เส้นเล็ก ๆ มาวางไว้ที่ศพ ปลายเชือกอีก ด้าหนึ่งให้ญาติพี่น้องถือไว้ เมื่อกล่าวคำ อำลาแล้วก็ตัดเชือกระหว่างกลาง เป็นการแสดงว่า ขาดจากสภาพเดิมหรือผู้ตายมีสภาพมิใช่ มนุษย์แล้วจากนั้นจึงนำศพลงจากบ้านเรือน
 การนำศพไปป่าช้านั้น ชาวโส้นิยมหาม ศพโดยนำไม้ไผ่ประมาณ 10 ลำ ยาว ลำละ เมตร มาผูกมัดให้แน่นคล้ายแพหรือแคร่ แล้วนำหีบศพตั้งข้างบนแคร่ชาวโส้ที่ นับถือพุทธศาสนาจะนิมนต์พระสงฆ์มานั่งบน แคร่หน้าโลงศพ เพื่อสวดมนต์ไปตลอดทางจน ถึงป่าช้าท้ายหมู่บ้าน ส่วนคนหามนั้นก็ ผลัดเปลี่ยนกันตลอดทาง ขณะที่ศพเคลื่อนไปนั้น จะมีการโปรยข้าวตอก หรือข้าวคั่วตามหลัง การ ทำเช่นนี้ชาวโส้มีความเชื่อหลายอย่าง เช่น ต้องการให้ผู้ตายหาทางเดินกลับบ้านได้ หรือ เชื่อว่าให้ผีที่อยู่บนแคร่หามลงมา รับส่วนบุญ เพื่อจะทำให้น้ำหนักลดลง (การโปรยข้าวตอกในปัจจุบันยังกลั่นแกล้งเพื่อนฝูง ที่เดินตามแคร่หามศพ เช่น นำมดแดง หรือ หิน โคลน ผสมกับข้าวตอกเหวี่ยงให้ถูกผู้คนใน ขบวนแห่ศพด้วย เพื่อช่วยให้สนุกสนานไม่โศก เศร้าจนเกินไป)เรือนผู้มีรายได้น้อยของชาวโซ่ปลูกขึ้นอย่างง่ายๆ
ในปัจจุบันเมื่อพุทธศาสนาเข้า มามีอิทธิพบต่อชาวโส้มากขึ้น การบวช หน้าศพทั้งเป็นสามเณรและภิกษุสงฆ์ก็มีจำนวน ไม่น้อย สำหรับสตรีที่ต้องการไว้ทุกข์จะแต่งกาย ด้วยผ้าขาวคล้ายนางชี และใช้ผ้าขาวมัด ผม
เมื่อขบวนศพถึงป่าช้าแล้ว ชาวโส้จะ หาฟืนในป่ามาทำเป็นกองฟอนไว้และ ตกแต่งให้เป็นกองผอนขนาดใหญ่พอที่จะ วางโลงศพ ก่อนเผาศพอาจมีการนิมนต์พระ สงฆ์มาสวดมาติกาบังสุกุลแล้วเป็นผู้จุดไฟด้วย หลังจากนั้นบุคคลอื่น ๆ ก็จะหาฟืนมา สุมเพิ่มใหลุกโชติช่วง ในกลุ่มที่มิได้จัดพิธีสงฆ์ก็จะทำการเผาศพทันที อย่างไรก็ตามยังมีข้อหลีกยอ่ยสำหรับชาว โส้บางราย เช่น นำไก่มาจิกหรือเคาพที่ โลงศพก่อนเผาศพ มีการทุบมะพร้าวที่เรี กว่าล้างหน้าผี แล้วหาเครือไม้มาตัดแสดง การตัดญาติจากลูกหลาน
เมื่อเผาศพแล้ว ขบวน ญาติพี่น้องและมิตรสหายต่างแยกย้ายกันกลับ บ้านถ้าเส้นทางนั้นผ่านหน้าบ้านผู้ตาย จะ มีญาติผู้ตายที่สูงอายุคอยพรมน้ำมนต์ ให้ทุกคนเพื่อเป็นสิริมงคล พร้อมกับกล่าวคำ อวยพรว่า "มั่นยืน ๆ ซึ่งหมาย ถึงให้อายยุยืนนาน น้ำมนต์นี้มักผสม ด้วยขมิ้นมีสีเหลืองอ่อน 
การเก็บกระดูกผู้ ตายไม่มีกำหนดกฎเกณฑ์ว่าจะกระทำในวัน ใด ขึ้นกับความสะดวกของญาติพี่น้อง ชาวโส้ ที่นับถือพุทธศาสนามักนิยมนำอัฐิไปฝัง ไว้ตามกำแพงวัด แต่ชาวโส้ส่วนมากจะเก็บ อัฐิโดยฝังไว้ใกล้ ๆ กับที่เผาศพ แล้ว เขียนชื่อผู้ตามใส่แผ่นไม้หรือทำเครื่องหมาย อื่นใดเป็นที่สังเกต
ความผู้พันระหว่างผู้ตาย และผู้อยู่ในกลุ่มชาวโส้ที่มีความเชื่อ ว่า วิญญาณผู้ตายวนเวียนอยู่ในบ้านเดิมนั้น เห็นได้จากการที่ญาติพี่น้องจัดหากระติบ ใส่ข้าวเหนียวมาวางใกล้ๆ ศพ แล้วจุดเทียนไว้ ใกล้ ๆ กระติบข้าเป็นเวลา คืน เพื่อเซ่นผู้ ตาย
นอกจากนี้ ชาวโส้ก็จะต้องทำพิธี เรียกวิญญาณผู้ตายให้กลับมาอยู่กับลูกหลาน ที่บ้านพิธีกรรมดังกล่าวจะทำโดยผู้มี ความรู้ในเรื่องพิธีกรรม โดยจัดหาเหล้า ขวด ไก่ต้ม ตัว และผู้ทำพิธีตลอดจน ญาติพี่น้องทั้งหลาย ส่วนที่อยู่ของวิญญาณนั้น เป็นที่ทราบกันทั่วไปในหมู่ชาวโส้ก็ คือ มุมใดมุมหนึ่งของเรือนซึ่งเป็นห้องนอน และถือกันว่าเป็นมุมผีเรือน ผู้ที่มิ ใช่ญาติโดยสายเลือดเดียวกันจะเข้าไปใน บริเวณนั้นมิได้ 
อล็องกะมูด
อล็องกะมูด หมายถึง เชิญวิญญาณผู้ตายที่เป็นญาติ ซึ่งตายไปแล้ว เดือน กลับคืนบ้านเรือน มี ขั้นตอนดังนี้
1พอได้กำหนด และญาติ พร้อมแล้ว ก็ไปบอกยาฮีดและบอกน้าบ่าว
2จะต้องเซ่นวิญญาณผีเก่าเสียก่อนด้วย เหล้าไห ไก่ตัว โดยทำที่มุมห้องในบ้าน
3เชิญผีที่จะมาอยู่ใหม่ โดยเชิญ ที่บันไดบ้านโดยยาฮีดจะหยิบข้าวสารหว่านลง ไปพร้อมกับพูดว่า "มาเดอ มือสัน วันดี พร้อม ทั้งพาหวาน มีข้าวหว่านลงไป อี ข้าวดำ ข้าวแดง ผีหูไม่ให้มา ผีป่าไม่ให้เสือก ให้มาแต่ผุ้เดียวเจ้าเด้อ มาค้ำมาคูณ"
4เสร็จแล้วเข้าไป ทำพิธีข้างในบ้าน แต่งสำรับกับข้าง สำรับ ขึ้นจ้ำผีคุณตัวเก่าที่เป็นหัวหน้าโดย บอกว่า ต่อไปนี้พวกเก่าและพวกมาอยู่ ใหม่ ให้กลมเกลียวสามัคคีกันมาค้ำมาคูณ ข่อย ว่าผิดจึงผิด ข่อยว่าถูกว่าแม้น จึงถูก จึงแม้นเด้อ เจ้อ 
5เสร็จแล้วมีการ กินเลี้ยงกัน ร่วมสำรับกับข้าวกันระหว่างญาติทุกคน พร้อมกับยาฮีดด้วย เป็นเสร็จพิธี 
สาระ
พิธีซางกะมูดและอล็องกะมูดทำให้เห็น ความเชื่อในระบบภูติผีวิญญาณของชนชาวโซ่ ซึ่งนับถือผีมากกว่าพุทธศาสนา ชาวโซ่เชื่อ ว่าการทำพิธีศพให้ถูกต้องจะทำให้ เป็นสิริมงคลแก่ครอบครัว หากไม่ปฏิบัติพิธีกรรม แล้วผีจะรบกวน ซึ่งจะนำสิ่งร้าย ๆ มาสู่ชีวิตได้ ประเพณีชาวโซ่บางหมู่บ้านจะ ให้นำศพลงจากเรือนด้านอื่นที่มิใช่ บันไดขึ้นบ้าน เช่น ทะลุฝาบ้าหรือลงด้านหลัง บ้าน เป็นต้น
อย่างไรก็ดีเมื่อจัดพิธีศพ ไปแล้ว ชาวโซ่เชื่อว่า วิญญาณผีจะต้องมี อยู่เป็นหลักแหล่ง มิฉะนั้นอาจไปทำให้ผู้ อื่นเจ็บป่วยได้ จึงต้องทำพิธอล็องกะ มูดเชิญวิญญาณผีมาไว้ที่มุมเรือนของตน จึงทำให้เกิดพิธีกรรม ความเชื่อในเรื่องการ เข้าออก ประตูด้านแจหรือมุมห้อง ผีเรือนรวม ทั้งการไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวบริเวณมุมผีเรือน ของผู้ที่มิใช่สายตระกูลผีเรือน ระบบผี เรือนยังมีบทบาทในการตรวจสอบความถูก ต้องตามฮีตคองของผู้อยู่อาศัยในเรือนหลัง นั้น ทั้งภายในหมู่สายตระกูลเดียวกันและเขย -สะใภ้ ต่างสายตรุกะกูลอีกด้วยระบบผี เรือนจึงเป็นระบบความเชื่อที่ทำให้สังคมในชุมชนปฏิบัติตามขนบธรรมเนียมประเพณีอย่างเครื่ง ครัด โดยไม่จำเป็นต้องอาศัยกกหมายข้อห้าม ใด 


เข้าชม : 5735 ครั้ง
กิจกรรมที่สำคัญ การละเล่น 5 อันดับล่าสุด

      ท่ารำมวยโบราณแบบรำเดี่ยว ช้างโขลงทะลายป่า 20 / เม.ย. / 2554
      ท่ารำมวยโบราณแบบรำเดี่ยว ม้ากระทืบโรง 20 / เม.ย. / 2554
      ท่ารำมวยโบราณแบบรำเดี่ยว ล่อแก้วเมฆขลา 20 / เม.ย. / 2554
      ท่ารำมวยโบราณแบบรำเดี่ยว ทรพีชนพ่อ 20 / เม.ย. / 2554
      ท่ารำมวยโบราณแบบรำเดี่ยว เตี้ยต่ำเสือหมอบ 20 / เม.ย. / 2554


 

ชื่อ/Email :
ใส่รหัสที่ท่านเห็นลงในช่องนี้
ไอคอน : ย่อหน้า จัดซ้าย จัดกลาง จัดขวา ตัวหนา ตัวเอียง เส้นใต้ ตัวยก ตัวห้อย ตัวหนังสือเรืองแสง ตัวหนังสือมีเงา สีแดง สีเขียว สีน้ำเงิน สีส้ม สีชมพู สีเทา
อ้างอิงคำพูด เพิ่มเพลง เพิ่มวีดีโอคลิป เพิ่มรูปภาพ เพิ่มไฟล์ Flash เพิ่มลิงก์ เพิ่มอีเมล์
ความคิดเห็น :


กรุณาใช้คำพูดที่สุภาพ และอย่าใช้คำพูดที่พาดพิงถึงบุคคลอื่นให้เสียหาย ขอขอบคุณที่ให้ความร่วมมือ

Hostel M.J. Makeup Unseen Sakon Wedding Studio atv car2hand spa tisco กระเป๋าเชือกร่ม กลูต้าไธโอน โบท๊อกซ์หน้าเรียว กล้องวงจรปิด การ์เม้นท์ กิจกรรมที่สำคัญ,การละเล่น กิจการ-ร้านค้า-ธุรกิจขายปลีก-ส่ง กุ้งเผา ก๋วยเตี๋ยว ข้าวมันไก่ เย็นตาโฟ ต้มเล้ง ก๋วยเตี๋ยว เย็นตาโฟ ก๋วยเตี๋ยวต้มยำ ขวดน้ำดื่ม วันเวย์ ขวดใส ขวดขุ่น หลอดพรีฟอร์ม ฝาน้ำดื่ม ของฝาก ขาย - ให้เช่า ขายที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง ขายปลีก - ขายส่ง เนื้อโคขุนโพนยางคำ ทั่วประเทศ ขายมือถือมือ 2 ขายอสังหาริมทรัพย์ ข้าวปุ่นเรณู ขนมจีนน้ำยา ปลาร้า คอมพิวเตอร์ อุปกรณ์ IT คาราโอเกะ คาร์ออฟชั่น ชุดแต่งรถยนต์ คาร์แคร์ ค้าไม้ จักยาน La Trek Giant Cube Merida Bianchi จานดาวเทียม จำนอง จำนำ บ้าน ที่ดิน สิ่งปลูกสร้าง จำนำทะเบียนรถยนต์ จำหน่าย รถยนต์มือ 2 รถบ้าน รวยสวย car2hand จำหน่ายตู้กรองน้ำ ระบบกรองน้ำในครัวเรือน จำหน่ายเครื่องใช้ไฟฟ้าทุกชนิด ชาบู อินดี้ ซ่อมล้อแม็ก ทำสี ซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้าทุกชนิด ซ่อมแอร์ ไดนาโม ระบบไฟรถยนต์ ตัดเสื้อ สกรีนเสื้อ ตัดเหล็ก ฉลุลาย แผนเหล็ก อลูมิเนียม ต้มยำกุ้ง ทัวร์ สถานีขนส่ง ที่พัก อ.พังโคน ที่พัก โรงแรม รีสอร์ท สกลนคร ที่พัก โรงแรม รีสอร์ท อ.พังโคน ที่พักอำเภอพังโคน ที่พักใกล้ ม.ราชภัฏสกลนคร ที่พักใกล้วัดบ้านหนองผือ วัดหลวงปู่มั่น วัดภูริทัตตถิราวาส ที่พักใกล้สนามบิน สกลนคร ธุรกิจส่งออก - นำเข้า นวดหน้าเรียว นวดแผนไทย นำเที่ยว นิสสัน บรรจุภัณฑ์ น้ำดื่ม บริการส่งทั่วประเทศ บุคคลสำคัญของจังหวัด บุฟเฟต์โคขุน บ่อตกปลา บ้านเช่า ห้องเช่า ประกอบคอมพิวเตอร์ ประกันชีวิต ประกันภัย พ.ร.บ. ประดับยนต์ ปั้มน้ำมัน สถานีบริการน้ำมัน แก๊ส LPG ป้าย สื่อสิงพิมพ์ทุกชนิด ผลิตขวดน้ำดื่ม ผลิตภัณฑ์เสริมความงาม ผ้าคราม ย้อมคราม พระเครื่อง พื้นปูประสาน อิฐประสานศิลาแลง ฟิตเนส Fitness สถานที่ออกกำลังกาย ฟิลเลอร์ ไหมละลาย มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร มอเตอร์ไซต์ไฟฟ้า รถตู้ VIP รถตู้เช่า รถยนต์มือ 2 รถรถยก รถลาก รถสไลด์ รถสไลด์ออน รถสไลด์คาร์ รถสไลด์ สกลนคร นครพนม มุกดาหาร อุดรธานี รับจ้างทั่วไป รับออกแบบเว็บไซต์ ร้านกาแฟ ร้านขายของที่ระลึก ของฝาก ร้านทองรูปพรรณ ร้านอาหาร สวนอาหาร ร้านอาหารทะเล ร้านอาหารเช้า ลูกชิ้นปลา เยาวราช ล้างอัดฉีด ล้างเครื่องยนต์ ล้างอัดภาพ วัดถ้ำผาแด่น วัสดุก่อสร้างทุกชนิด วิทยาลัยเทคนิคสกลนคร วิทยุสื่อสาร วอ icom cb ศูนย์ฝึกกีฬา ฟิสเน็ท สกลซิตี้ สกลนคร สถานบันเทิง Entertainment สถานเสริมความงาม สปา สถาบันกวดวิชา ติวเตอร์ สนามฟุตบอลหญ้าเทียม สนามไดร์ฟกอล์ฟ อุปกรณ์ สบู่โสม ผิวขาวไร้สิว หน้าใส สปารถยนต์ สมุนไพร สินค้าราคาถูก สีทาบ้าน ไม่บัว ไม้คิว อุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ หมูกระทะ หอพัก ม.ราชภัฏสกลนคร หอพัก ม.เกษตรฯ สกลนคร หอพัก รายเดือน หัตกรรม จักสาน OTOP ห้องพัก 24 ชม. ห้องพักราคาถูก ห้างสรรพสินค้า อ.ภูพาน อ.สว่างแดนดิน อสังหาริมทรัพย์ บ้านจัดสรร ที่ดิน ออฟโรด ยกสูง ช่วงล่าง โฟลวิล วางเครื่อง อะไหล่ มือสอง อาหารซีฟู้ด อาหารตามสั่ง กระเพราหมู อาหารทะเล อาหารอีสาน อิฐบล็อก อิฐประสาน อุปกรณ์กีฬา ถ้วยรางวัล อุปกรณ์ฮาร์ดแวร์-แต่งบ้าน-สีทาบ้าน อุปกรณ์เสริมจักรยาน อุปกรณ์แต่งรถยนต์ อู่ซ่อมรถยนต์ อู่ซ่อมรถยนต์ ติดแก๊ส อู่ซ่อมรถยนต์-ยุโรป-ญี่ปุ่น อู่แต่งรถยนต์ อู่แต่งรถยนต์ 4x4 เขียนเว็บไซต์ เขียนโปรเจคจบ เขียนโปรแกรม เครืองสีข้าว เครื่องบดแกรบ เครื่องสีข้าวกล้อง เครื่องกรองน้ำ ระบบ OR เครื่องซักผ้าหยอดเหรียญ เครื่องถ่ายเอกสาร เครื่องมือการเกษตร เครื่องสำอาง เครื่องแบบราชการ เคลือบแก้ว เคลือบแก้ว เคลือบสีรถยนต์ เค็กวันเกิด เช่าชุดแต่งงาน ชุดงานพิธี เช่าตึก เซ็งตึก ขายตึก อาคารพาณิชย์ เช่ามอเตอร์ไซต์ เช่ารถยนต์ เช่าสถานที่งานแต่ง เช่าอาคารพาณิยช์ เดินระบบ IT เทควันโด เนื้อย่าง เบเกอรี่ เปลี่ยนแบตเตอรี่นอกสถานที่ 24 ชม. เพาะกาย เสื้อผ้ากีฬา เสื้อทีมชาติไทย เสื้อผ้าแฟชั่น เฮียเปียว แต่งสวน หิงลูกกรวด ขาว แบตเตอร์รี่ 24 ชม แผนที่ แมนชั่น แหนมเนือง แหล่งท่องเที่ยว แอร์บ้าน ซ่อมแอร์ เครื่องทำความเย็น โคขุน โพนยางคำ โคมไฟฟ้า โชว์รูมรถยนต์ โซลาร์เซลล์ ปั้มชัก ระบบพลังงานแสงอาทิตย์ โซล่าเซลล์ โรงสีข้าว เครืองสีข้าว เครื่องสีข้าวชุมชน โรงแรม รีสอร์ท เกสเฮ้าส์ อพาร์ทเม้นท์ โรบินสัน สกลนคร โฮมเสตย์ ไหว้พระ 7 วัด กิจกรรมท่องเที่ยว

แนะนำสถานที่จังหวัดสกลนคร


โรงแรม เรือนแก้ว รีสอร์ท สกลนคร รับปริญญา ที่พัก
โรงแรม รีสอร์ท อพาร์ทเม้นท์

ร้านอาหาร บ้านสวนภูสกล สกลนคร โคขุน ชาบู อาหารตามสั่ง ก๋วยเตี๋ยวคั่วไก่
ร้านอาหาร สวนอาหาร

โรงแรม ที่พัก ห้องพัก ตาฟ้า เรสซิเดนซ์ TAFAH Residence ห้องพักหรูระดับพรีเมี่ยม ที่พักรายวัน ห้องเช่ารายเดือน แห่งใหม่ในตัวเมืองสกลนคร
โรงแรม รีสอร์ท อพาร์ทเม้นท์

พันธวรรณ อพาร์ทเม้นท์ สกลนคร ที่พักใหม่ หน้า ม.ราชภัฏสกลนคร
หอพัก ห้องเช่า รายเดือน

มารวย ร้านค้าขายปลีก ขายส่ง เครื่องดื่มทุกประเภท ลูกชิ้นทอด
กิจการร้านค้า ธุรกิจขายปลีก - ส่ง

แสงจันทร์ รีสอร์ท สกลนคร ห้องพัก 24 ชม.
โรงแรม รีสอร์ท อพาร์ทเม้นท์

ร้านอาหาร เต็มคำ Coffee Bean สกลนคร
ร้านอาหาร สวนอาหาร

คิดศิริ คาร์ โปรเจค ประดับยนต์ สกลนคร
โชว์รูม อู่ซ่อมรถยนต์ ติดแก๊สรถยนต์ อุปกรณ์แต่งรถยนต์

ส.สมควร เครื่องแบบ-เครื่องหมายข้าราชการทุกกระทรวง ส่งทั่วประเทศ โทร.081-3935596
กิจการร้านค้า ธุรกิจขายปลีก - ส่ง
 ดูทั้งหมด..
 
Copyright © 2008-2010 All Rights Reserved | Power by : inwbong
เว็บไซต์นี้ได้รับการจดทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์กับทางกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์
สนใจติดต่อโฆษณา โทร.
 , หรือ e-mail :

 

Sakonnakhon Guide™